หนังไทยน่าดู

หนังไทยน่าดู แนวแอคชั่นที่มีฉากบู๊สมจริง และเรื่องราวที่น่าตื่นเต้น ชวนติดตาม มากด้วยนักแสดงมาก แถวหน้าฝีมือคับคั่ง

หนังไทยน่าดู วันนี้จะมาแนะนำ หนังแนวแอคชั่น ที่เป็นผลงานของคนไทย แล้วคุณจะรู้ว่า ปัจจุบันนี้ หนังไทยน่าดู 2022 ก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก ภาพยนตร์เรื่องแรก ที่อยากจะแนะนำก็คือ “จอมขมังเวทย์” ฉายไปในปี พ.ศ.2547

ได้มีการเอากลับมา ให้คนดูได้รับชมอีกครั้ง หนังไทยน่าดู ในภาพยนตร์ที่ สร้างเป็นภาคต่อเป็น “ จอมขมังเวทย์ 2020 ” เรียกได้ว่าเป็น ภาพยนตร์แอ็คชั่นที่สนุก อีกทั้งยังมีสไตล์ ที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ต่างจากภาคแรก

หนังไทยน่าดู

หนังไทยน่าดู ได้เล่าเรื่องราว ของการล้างแค้น และตามล่าบุคคล ที่สังหารพ่อของตัวเอง วิน ที่มีอาชีพเป็นนักมวย ได้ตัดสินใจ เข้าไปในวงการเวทย์ยันต์ และอาคม

เพราะมีความต้องการ ที่พยายามต่อสู้กับ มือสังหารที่เป็น จอมขมังเวทย์คนหนึ่ง แต่เวลาผ่านไป เขาก็ได้ทราบว่า เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของพลังจิต ซึ่งอาศัยรายได้ มาจากความเชื่อ และศรัทธาของผู้คน และความตายจากการ ที่ทำสิ่งเหล่านี้ ยิ่งบานปลาย จนส่งผลให้จอมขมังเวทย์ ที่เคยสงบนิ่งอยู่นาน ต้องออกมาอีกครั้ง

หลายคนอาจจะ เข้าใจว่าเป็นการ ทำขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าได้ไปอ่าน สัมภาษณ์ของต้อม ปิยะพันธ์ ชูเพ็ชร์ ก็จะทราบทันทีว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นภาคต่อของ หนังเก่าไทยน่าดู ที่เคยฉายไปเมื่อ 2547 เนื้อหายังคงดำเนินการ เล่าเรื่องได้อย่างสนุกตื่นเต้น และน่าติดตาม ในระหว่างเรื่อง มีการซ่อนปม บางอย่างให้คนดู ได้สงสัยกันเป็นพัก ๆ และค่อย ๆ เฉลยในเวลาต่อมา

ถ้าคนที่เคยดู อาจจะรู้สึกว่า ไม่ได้มีความซับซ้อน จนจบหักมุมขนาดนั้น แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่ ทำให้ภาพยนตร์ มีลูกเล่นในการเล่าเรื่องราว และไม่ดูเรียบง่าย จนมากเกินไป แต่ก็เรียกได้ว่า สามารถผสมผสาน ได้อย่างลงตัว กับภาพยนตร์ที่ว่าด้วยความเชื่อ ที่อยู่คู่กับ วัฒนธรรมไทย

เนื้อเรื่องมีการพูดถึง การท่องคาถาอาคม เหมือนปล่อยพลัง ที่เหล่าจอมขมังเวทย์ ทั้งฝั่งดี และฝั่งร้าย ที่มีพลังสูงกว่ามนุษย์ หรืออาจจะเรียกว่า มนุษย์กลายพันธุ์ อาจจะเปรียบได้ว่า ราวกับรับชมเรื่อง X-Men ในเวอร์ชันไทย เลยก็ว่าได้

ตัวละครทุกตัว จะมีท่าทางที่ ได้เอามาใช้ มีการออกแบบ ให้ดูเท่ ดูแปลกใหม่ มีความร่วมสมัย คล้ายกับซูเปอร์ฮีโร่ หากพูดถึงยันต์ ที่เห็นในภาพยนตร์ นั้นคือผลงาน การออกแบบของ อาจารย์หนู กันภัย ที่หลายคน รู้จักกันดีอยู่แล้ว

มาดูที่งาน CG หนังไทยน่าดู ที่เรียกได้ว่า เป็นส่วนสำคัญ ของภาพยนตร์ที่ผู้ชม จะต้องยอมรับ ตรงจุดนี้ว่า คือภาพยนตร์ไทย จะให้เอารายละเอียดต่าง ๆ ไปเปรียบกับภาพยนตร์ ที่อยู่ในฮอลลีวู้ด หรือระดับเอเชีย เช่นประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งถ้าจะพูดถึง บรรดาภาพยนตร์ที่มี CG หลาย ๆ เรื่องที่ได้เห็นกัน

หนังไทยน่าดู

ต้องยอมรับว่า การทำ CG ของภาพยนตร์ไทย มีการพัฒนามากขึ้น ดูไม่สะดุด ในส่วนของ การคัดเลือกสัตว์ ในยุคโบราณ ไม่ว่าจะเป็น ตัวมอม, วัวธนูโลหะ หุ่นพยนต์ ไปจนถึงเหล่าภูตผี มาใช้งานในภาพยนตร์ แต่ยังคงกลิ่นอาย ที่มีความเป็นไทย และนำความเป็นสากล มาผสมผสาน และสื่อสารออกมา ได้อย่างลงตัว

โดยครั้งนี้ได้ หมาก ปริญ สุภารัตน์ พระเอกละครช่อง 3 ที่ลงเล่นภาพยนตร์ เป็นครั้งแรก ซึ่งถือว่าทำได้ดี และแตกต่างจากงานละคร ที่เคยแสดง โดยรับบทบาทเป็น วิน ชายหนุ่มที่เข้าสู่ วงการเวทย์มืด

เพราะต้องการล้างแค้น ซึ่งเขาได้ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ใช้พลังเยอะ ในการสวมบทเป็นวิน รวมไปถึงฉากบู๊ ที่ค่อนข้างมีให้เห็น ตลอดทั้งเรื่อง อีกทั้งยังต้องนั่ง ให้เพ้นท์ที่ร่างกาย ใช้ระยะเวลามากกว่า 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล รับบทบาทเป็น ก็อด ตัวละครที่ ภาพยนตร์ตัวอย่าง ได้มีการเล่าเรื่องว่า คือจอมขมังเวทย์ ที่เป็นตัวร้าย ของภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยตัวละคร จะค่อนข้างสุขุม ดูมาดนิ่ง ๆ แต่แฝงความดุดัน

แต่พอปรากฏตัวขึ้น จะได้เผยให้เห็นถึง ความบ้าระห่ำ แบบใส่ไม่ยั้ง เรียกได้ว่า กลายเป็นนักแสดง ตัวร้ายที่แสดงได้ดี จนน่าจับตามองอีกคน จากหนังเรื่องนี้

หากจะให้พูดเปรียบกับ ภาพยนตร์จอมขมังเวทย์ ภาคแรกนั้น จะให้ความรู้สึกที่จริงจัง จะเป็นฉากแอ็คชั่น ซึ่งฉากหลังไปไสยเวทย์ ตัวละครเกือบทุกคน จะมีด้านมืดอยู่

แต่ในภาคต่อนี้ เน้นไปที่แนว แอ็คชั่นแฟนตาซี ที่ดูเหมือนกับ ซูเปอร์ฮีโร่ที่มีอยู่ ภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ด ฉากแอ็คชั่นส่วนใหญ่ น่าจะได้รับ แรงบันดาลใจเรื่อง John Wick ซึ่งพระเอกคนเดียว ที่เป็นคนจัดการ กับเหล่าตัวร้ายทั้งหมด ต้องขอบอกก่อนว่า ในขณะที่รับชม อย่าเพิ่งคำนึงถึง เรื่องของเหตุผล พอดูจบค่อย ออกมาคิดตาม ไม่งั้นจะไม่สนุก

ภาพยนตร์เรื่องต่อมา หนังไทยน่าดู 2565 ก็คือเรื่อง คืนยุติธรรม หลายครั้งที่ระหว่าง เรื่องของความศรัทธา กับความงมงาย ถูกกลืนกินด้วย ผลประโยชน์ จากกลุ่มคนที่ อยู่ภายใต้สังคมเดียวกัน ซึ่งเรื่องของความศรัทธา เป็นสิ่งที่ทุกคนควรมี อีกสิ่งที่ต้อง ยังคงรักษาไว้ ก็คือความดี อาจดูเหมือนว่า เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่คนในสังคม ไม่ค่อยจะได้ทำ

หนังไทยน่าดู

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ตอนที่เข้าฉาย อยู่ในโรงก็เป็น กระแสมาสักพัก ด้วยข่าวลือเรื่องเล่าต่าง ๆ จากสื่อหลายสำนัก แต่ในวันนี้ จะมาขอแนะนำ ในฐานะที่เป็นผู้ดู ภาพยนตร์ดังกล่าว หลังจากลาโรงแล้ว ก็มีให้รับชมใน Netflix นักแสดงมากประสบการณ์อย่าง ซูโม่กิ๊ก ที่เคยมีข่าว กับหนังผลงานกำกับของ กัณฑ์ปวิตร ภูวดลวิศิษฏ์

และได้นักแสดงหนุ่ม ก๊อต จิรายุ ที่มาโคจรมาคู่กับ ปูเป้ รามาวดี นางเอกสาว ที่หายหน้าไปจาก จอโทรทัศน์ไป สักพักใหญ่ คราวนี้ได้กลับมา แสดงฝีมือผ่าน ภาพยนตร์อีกครั้ง

เนื้อเรื่องนี้ถือว่า ค่อนข้างดูสนุก บางช่วงบางตอน ยังทำให้นึกถึงเรื่อง Batman ของทางฝั่งตะวัน มีตอนที่หักมุมบ้าง สามารถทำให้คนดูติดตาม ฉากดราม่า ก็ทำให้คนดู รู้สึกเศร้าตาม ไปได้ด้วยเช่นกัน

โดยรวมของเรื่องนี้ ถือว่าดูแล้วไม่ผิดหวัง ซึ่งทำให้เราได้รู้ว่า หนังไทยในปัจจุบัน ได้พัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ และในบางเรื่องก็ถือว่าเป็น หนังไทยที่ดังระดับโลก อีกด้วย เลยอยากจะชวนทุกคน หันมาดูหนังไทย ถือว่าเป็นการช่วยกันสนับสนุน และให้กำลังใจคนทำหนัง อีกทางหนึ่ง

ติดตาม รีวิวหนัง ซีรี่ และ รีวีวหนังไทย กันต่อได้เลยค่ะ

 

เรียบเรียงโดย อลิส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น